บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

"ก ล า ย"

วราห์ชา พรรณสังข์ ติดตาม กำลังติดตาม
เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561 - 18:45 น.
AA 23
คุณอยากรู้มั้ยว่าอะไรที่สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้ ?


คือคำถามที่ทำให้ผมหยุดชงักจากการเหนี่ยวไกปืน ในขณะที่ปากกระบอกของมัจจุราชสีดำกำลังกดลงที่กลางหน้าผากของคู่สนทนาอยู่ ณ ขณะนี้ เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบกว่ารูปร่างหน้าดี มีอาชีพรับราชการเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด ใครๆ ก็เรียกเขาว่า 'อาจาร์ยป้อง' มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นใหญ่เป็นโตก็หลายคน แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่กล่าวมาทั้งหมด เหตุผลที่ทำให้ผมกำลังจะลงมือสังหารเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ คือเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ สังหารเหยื่อด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ราย!!


หน้าตาและแววตาของอาจาร์ยป้องยังคงปราศจากอารมณ์ใดๆ แม้ในขณะที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะตายได้ทุกเมื่อ เขานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น มือทั้งสองถูกผมใช้กุญแจมือล็อคเอาไว้ เสื้อเชิ๊ตสีขาวที่เขาใส่ถูกชโลมด้วยเลือดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจนกลายเป็นสีแดง เหยื่อรายสุดท้ายที่เขาจะมีโอกาสได้ฆ่าอยู่ตรงหน้าผม เธอเป็นหญิงสาววัยไม่เกินสามสิบเหมือนกับทุกรายที่ผ่านมาก่อนหน้า เสียชีวิตโดยการถูกเหล็กแหลมขนาดประมาณด้ามไม้กวาดเสียบทะลุตั้งแต่บริเวณช่องคลอดไปจนถึงปาก ก่อนที่จะถูกปักตรึงไว้กับพื้นดินราวกับฆาตกรกำลังต้องการจะประจานเหยื่อของตนให้โลกได้รับรู้ถึงความเหี้ยมโหดอำมหิตของมัน


"มึงทำแบบนี้ทำไม" ผมถามมันหลังจากเบือนหน้าออกจากเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแล้ว

"คุณอยากรู้มั้ยว่าอะไรที่สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้ ?" เขาย้อนถามผมกลับ ก่อนที่จะตอบคำถามของตัวเอง"ความแค้นยังไงล่ะ ผู้กอง" ผมหัวเราะหลังจากที่ได้ฟังคำตอบจากเขา "ความแค้นเหรอ พวกผู้หญิง 4-5 คนนี้ เขาไปทำอะไรให้มึงแค้นจนถึงกับต้องฆ่าแกงกันแบบนี้วะ?"


"ผู้กองมีลูกหรือยัง?" ผมนิ่งไปครู่นึงก่อนจะตอบว่ามี"งั้นผู้กองก็คงรู้ดี ว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกนั้น มันมีมากมายขนาดไหน ถ้าใครมาทำให้ลูกผู้กองเจ็บ ผู้กองจะรู้สึกยังไง?"


ผมเชื่อว่าความรู้สึกของผู้ที่เป็นพ่อแม่นั้นเหมือนกันทุกราย ความรักที่มีต่อลูกเป็นความรักที่ไม่มีเหตุผล ไม่ต้องการอะไรตอบแทน และหากใครมาทำให้ลูกของเราเจ็บ มันสมควรจะต้องเจ็บกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า ถึงแม้ว่าลูกของเราจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม!! แน่นอนผมคิดแบบนี้ ผมบอกแล้วไงว่ามันเป็นความรักที่ไม่มี และไม่ต้องการเหตุผล อาจาร์ยป้องยิ้มน้อยๆ ราวกับจะล่วงรู้ถึงความคิดของผม


"แล้วผู้กองรู้มั้ย ว่าผมไม่ได้ฆ่าแต่ผู้หญิง เหยื่อรายแรกของผมเป็นผู้ชาย รุ่นราวคราวเดียวกันกับเหยื่อรายต่อๆ มาน่ะแหละ" สิ่งที่เขาพูดออกมาเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน จากแฟ้มคดีไม่เคยมีเหยื่อผู้ชายรายไหนที่ถูกฆ่าตายด้วยวิธีที่ผิดแปลกพิศดารหรือคล้ายกับเหยื่อของเขาอย่างเช่นรายหลังๆ และด้วยตัวเลขของผู้เสียชีวิตด้วยการถูกฆาตกรรมในทุกวันนี้ มันเยอะเสียจนผมจำได้ไม่หมดว่าใครเป็นใคร หรือในบางรายเราก็ยังตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ด้วยซ้ำไป


"ผมเริ่มลงมือเมื่อสองปีก่อน ผมสะกดรอยตามมัน สืบดูชีวิตประจำวันของมัน ดูว่าช่วงไหนที่มันจะต้องอยู่คนเดียว วันนั้นผมแอบตามมันไป พอสบโอกาสผมก็โปะยาสลบแล้วก็พามันขึ้นรถของมันเอง ก่อนที่จะไปจอดในที่ลับตาคน แล้วผมก็ถามมัน...."


"ผมถามมันว่า มันจำได้มั้ยว่าเคยทำอะไรชั่วๆ ไว้กับใครบ้าง ผู้กองเชื่อมั้ย มันไม่ตอบผม มันทั้งร้องทั้งดิ้น ทั้งอ้อนวอน ให้ผมปล่อยมันไป บอกผมว่าจะให้เงินผมแล้วจะไม่แจ้งความหรือดำเนินคดีอะไรกับผมเลย ผมเลยคิดเอาเองว่ามันคงจะจำไม่ได้..."


ที่ทุ่งร้างวันนั้น บรรยากาศคล้ายกับตอนนี้ที่อาจาร์ยป้องกำลังถูกปากกระบอกปืนจ่อหัวอยู่ ในรถเก๋งคันนั้น อาจาร์ยป้องจัดการมัดมือ มัดเท้า และปิดปากเหยื่อรายแรกที่เป็นผู้ชายอย่างดี จนมั่นใจแล้วว่าเหยื่อไม่มีทางจะต่อสู้หรือหนีไปไหนได้อีก ก่อนที่จะหยิบมีดเล่มเขื่องที่มีใบมีดแบบฟันปลาออกมา แล้วบรรจงตัดอวัยวะเพศของผู้เคราะห์ร้าย เหยื่อทั้งร้องทั้งดิ้นด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจหลีกหนีจากความตายไปได้


"หรือถ้ามันจำได้ว่ามันเคยทำอะไรไว้ ผมก็ยังคงจะฆ่ามันอยู่ดี" อาจาร์ยป้องตอบพร้อมกับรอยยิ้มสะใจ
ผมจำได้แล้ว เหยื่อรายนั้นเป็นผู้ชาย ถูกตัดอวัยวะเพศและตายคารถของตัวเอง แต่เนื่องจากผู้ตายเป็นคนที่มีประวัติเจ้าชู้ ทางตำรวจเลยคิดว่าเป็นการฆ่าเพราะหึงหวง ตามสืบไปตามสืบมาก็จับมือใครดมไม่ได้ สุดท้ายเรื่องก็เงียบไป เพราะผู้ตายก็เป็นคนตัวคนเดียว ไม่มีญาติที่ไหนอีก


"มึงนี่ดูจากการฆ่าแล้ว ท่าทางจะหมกมุ่นอยู่แต่กับพวกอวัยวะเพศนะ" ผมพูดกับอาจาร์ยป้อง เขาเงียบไปครู่นึง"ใช่..ผมหมกมุ่น พวกมันต้องได้รับในสิ่งที่พวกมันเคยทำ""แต่กูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันมาเกี่ยวอะไรกับพวกผู้หญิงที่มึงฆ่าวะ?" คำถามของผมทำให้เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่


"สิบห้าปีที่แล้ว มีข่าวใหญ่ข่าวหนึ่ง ไม่รู้ว่าผู้กองจำได้มั้ย แต่ผมจำได้ดีเลยล่ะ... มันเป็นข่าวที่ทำให้คนที่ได้ยินได้ฟังต่างก็ตกใจไปตามๆ กัน เป็นข่าวของเด็กนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งประมาณ 5 คน กำลังจับเพื่อนเด็กนักเรียนหญิงด้วยกันขึงพืด แล้วให้เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งข่มขืน ทำแบบนั้นยังไม่พอ เด็กกลุ่มนั้นยังถ่ายคลิปไว้ประจานเด็กที่เป็นผู้เสียหาย จนคลิปหลุดออกมากลายเป็นข่าวดังไปทั้งเมือง""นี่..มึง กำลังจะบอกว่า...เด็กที่ถูกข่มขืนในคลิปนั่น.."


"ใช่ เด็กคนนั้นเป็นลูกของผมเอง แล้วคุณรู้มั้ยว่าอะไรที่แม่งเหี้ยกว่านั้น ไอ้ที่แม่งเหี้ยกว่านั้นก็คือ หลังจากที่ตำรวจได้ตามจับเด็กๆ ทั้งหมดที่ก่อเรื่องมาได้แล้วมันก็ไม่ยอมทำอะไร เพราะพ่อแม่ของเด็กพวกนั้นเอาเงินยัดบ้าง เพราะอ้างว่ากลัวเด็กเสียอนาคตบ้าง สักพักเรื่องมันก็เงียบหายไปเหมือนกับข่าวอื่นๆ แล้วคุณรู้มั้ยว่าลูกของผมเป็นยังไง ลูกของผมผูกคอตายเพียงไม่กี่วันหลังจากมีข่าวเพราะว่าทนอับอายไม่ไหว หึหึหึ"


เรื่องที่อาจาร์ยป้องเล่ามาทั้งหมดทำให้ผมถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้สังคมของเรากลายเป็นแบบนี้ อะไรที่ทำให้เด็กๆ ของพวกเรากระทำการได้ราวกับไม่ใช่มนุษย์...


"สิบห้าปี ผมทนรอมาสิบห้าปี ให้เรื่องเงียบ เพื่อให้ทุกคนลืมเรื่องราวชั่วๆ ที่พวกมันเคยทำไว้ ก่อนที่จะเริ่มตามล่าพวกมันทีละคน"


ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณทุ่งร้างที่เกิดเหตุ ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ก่อนที่จะส่งให้อาจาร์ยป้อง แต่เขาส่ายหน้า ผมดึงควันบุหรี่เข้าปอดก่อนที่จะพ่นออกมายาวๆ คิดในใจว่าหากเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง ผมเองก็คงจะกระทำการไม่ต่างจากอาจาร์ยป้องเท่าใดนัก อีกไม่นานกำลังเสริมก็คงจะมาถึงแล้ว อาจาร์ยป้องไม่ควรที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุก ผมคิดเช่นนั้นก่อนที่จะหยิบลูกกุญแจออกมาไขกุญแจมือให้อาจาร์ยป้องเป็นอิสระ ผมคิดไว้แล้วล่ะว่าจะบอกกับพวกตำรวจที่เหลือยังไง....


เสียงไซเรนดังไปทั่วบริเวณ รถตำรวจหลายคันจอดอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ

"แหม ผู้กองนี่เก่งจริงๆ นะครับ สืบจนรู้ว่าฆาตกรเป็นใคร"

"นั่นสิครับ คิดไม่ถึงเลยนะ ว่าฆาตกรคืออาจาร์ยป้อง"


เสียงตำรวจ 2-3 นาย พากันชื่นชมผมเป็นการใหญ่ ศพของอาจาร์ยป้องอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ หลักจากสังหารเหยื่อแล้ว ผมมาถึงที่เกิดเหตุพอดี อาจาร์ยป้องเห็นผมก็เลยยิงปืนเข้าต่อสู้พร้อมกับวิ่งหนี ลูกกระสุนของผมเจาะเข้าที่กระโหลกทางด้านหลังของฆาตกรใจเหี้ยมเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที


blog mascot
(ผู้ติดตาม 2 คน)
รวมเรื่องสั้น และบทความ ทั้งเก่า ใหม่ เคย และไม่เคยตีพิมพ์..
ให้ทิปบล็อก - ส่วนที่เจ๋งที่สุดของงานแนวหักมุม (Twist) คือ ช่วงย่อหน้าสุดท้าย หรือประโยคท้ายสุด ถ้าคุณชอบอ่านแนวนี้ อย่าปล่อยให้นักเขียนอดตายครับ ขอบคุณครับ
[ บล็อกนี้ได้ทิปแล้ว 2 ครั้ง ]
20 บาท
50 บาท
100 บาท
*คุณสามารถให้ทิปได้ ตั้งแต่ 20 - 1000 บาท
บทความถัดไป "จุลชีวัน"

บทความอัพเดทล่าสุด

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(1)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  

"ก ล า ย"